ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ดำรง เหรียญประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการจัดงาน 70 ปี ของการสถาปนาสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย กล่าวถึง รายละเอียดในงานดังนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. ช่วงเช้ามีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “อาสา…ก้าวหน้า ก้าวไกล” โดย ศาสตราภิชาน นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และเวลา 10.30 น. ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นองค์ประธานในงาน “70 ปี ของการสถาปนาสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย” และประทานโล่เชิดชูเกียรติอาสากาชาดผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับกิจการต่างๆ ของสภากาชาดไทย นอกจากนี้ มีการจัดแสดงนิทรรศการโครงการต่างๆ ที่พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้กับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสังคมตลอดระยะเวลา 70 ปี ของสำนักงานอาสากาชาดแล้ว ยังให้บริการตรวจสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำนายโชคชะตาราศี ประมูลของรักของหวงคนดัง จับสลากรางวัล และการจำหน่ายสินค้าในราคาถูกอีกด้วย
สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนโดยยึดหลักการปฏิบัติงานตามหลักกาชาดสากล คือ มีความเป็นกลาง ไม่เลือกชนชั้น วรรณะ ลัทธิศาสนา หรืออุดมการณ์ทางการเมือง เป็นการปฏิบัติงานเพื่อมนุษยธรรม สร้างความมั่นคงให้กับผู้ด้อยโอกาส ทั้งในยามสงครามและยามปกติ และยังมีหลักการที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ทำงานด้วยความเสียสละ ทั้งเวลา กำลังกาย และกำลังปัญญา ของอาสาสมัครที่เรียกว่า อาสากาชาด นับตั้งแต่ที่สภากาชาดไทยได้ก่อกำเนิดขึ้น จวบจนปัจจุบันรวมระยะเวลา 117 ปี ที่ได้ดำเนินงานตามหลักการที่กล่าวข้างต้น และได้ก่อตั้งหน่วยงานอาสาสมัครที่เรียกว่า กองอาสากาชาด ขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 จนต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานอาสากาชาด ในปี 2539 และได้ครบรอบ 70 ปี ในวันที่ 1 สิงหาคม 2553 โครงการต่างๆ ที่สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย จัดทำขึ้นเพื่อมุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ อาทิ โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ บ้านประกอบสำเร็จ ชั่วคราวต้นแบบเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ที่สามารถสร้างที่อยู่อาศัยแบบชั่วคราวให้ผู้ประสบภัยได้ทั่วประเทศ
โครงการฟื้นฟูอาชีพผู้ประสบอุทกภัยต้นแบบเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ให้ผู้ประสบภัยทำเกษตรกรรม ผลิตอาหารและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ภายใน 45 วัน และเมื่อมีการประสบภัยอื่นยังสามารถพึ่งพาตนเองให้ฟื้นฟูสู่สภาพปกติ ได้ด้วยตนเอง โครงการอาสากาชาดฟื้นฟูสุขภาพถึงบ้าน ช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลให้สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น ด้วยการติดตามไปรักษาต่อถึงบ้าน โครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด สร้างเกราะป้องกันเด็กนักเรียนไม่ให้ติดยาเสพติด ซึ่งได้ริเริ่ม “โครงการเพื่อนเตือนเพื่อน” จนขยายขอบข่ายมากขึ้น และจัดตั้ง “โครงการอาสากาชาดนักเรียนแกนนำต้านภัยยาเสพติด” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 72 พรรษา ในปี พ.ศ. 2544 และปัจจุบันได้มีการจัดทำ โครงการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนากิจกรรมคุณภาพต้านยาเสพติด โดยมีโครงการย่อยสนับสนุนหลายโครงการ เพื่อเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน อีกทั้งยังขยายเครือข่ายเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเยาวชนของชาติไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต
ผู้ที่สนใจงานอาสาสมัคร ต้องการช่วยเหลืองานของสภากาชาดไทย สามารถสมัครเป็นอาสากาชาดภายในงานได้อีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 0-2256-4427-9 และ 0-2256-4290
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เชิญชวนบริจาคดวงตา เป็นกุศล ในโอกาส 45 ปี ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย
ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้อุทิศดวงตาที่ถึงแก่กรรม เนื่องในวันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ประจำปี 2553 โดยมี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีฯ ในวันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ อาคารแพทยพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เป็นปีที่ 45 ซึ่ง ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาฯ จะสรุปรายงานการดำเนินงานปี พ.ศ. 2552 และมีการอ่านประกาศรายนามผู้อุทิศดวงตาที่ถึงแก่กรรมและศูนย์ดวงตาฯ ได้นำไปใช้ประโยชน์แล้วเพื่อเป็นการเชิดชูและประกาศเกียรติคุณ และภายในงานยังมีการรับบริจาคดวงตาสำหรับผู้มีจิตศรัทธาอีกด้วย
ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เป็นปีที่ 45 ซึ่ง ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาฯ จะสรุปรายงานการดำเนินงานปี พ.ศ. 2552 และมีการอ่านประกาศรายนามผู้อุทิศดวงตาที่ถึงแก่กรรมและศูนย์ดวงตาฯ ได้นำไปใช้ประโยชน์แล้วเพื่อเป็นการเชิดชูและประกาศเกียรติคุณ และภายในงานยังมีการรับบริจาคดวงตาสำหรับผู้มีจิตศรัทธาอีกด้วย
วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ชวนผู้หญิงไทยใจดี บริจาคโลหิต เนื่องในวันสตรีไทย 1 สิงหาคม

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รณรงค์เชิญชวนผู้หญิงไทยใจดี บริจาคโลหิต เนื่องในวันสตรีไทย 1 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องในวันสตรีไทย 1 สิงหาคม ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้จัดกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนสตรีไทย ร่วมบริจาคโลหิตในโครงการ “ผู้หญิงไทยใจดี บริจาคโลหิต เนื่องในวันสตรีไทย” ในวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 และรณรงค์ให้กลุ่มผู้บริจาคโลหิตที่เป็นผู้หญิงบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น และบริจาคต่อเนื่องทุกๆ 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันสถิติของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีผู้หญิงบริจาคโลหิตประมาณ 51 %
อีกทั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งจะได้เห็นว่าในปัจจุบันสตรีมีบทบาทมากขึ้น มีความสามารถทัดเทียมผู้ชาย เป็นที่ยอมรับจากสังคม เพราะมีแนวความคิดที่ก้าวหน้า ทันสมัย และสร้างสรรค์ โดยบทบาทด้านหนึ่งที่ควรจะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม คือ บทบาทด้านการบริจาคโลหิต ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วย สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตในโครงการ ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ วันที่ 1 สิงหาคม นี้ จะได้รับของที่ระลึกเป็นพิเศษ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร.0 2256 4300 และ 0 2263 9600-99 ต่อ 1101,1753
1 สิงหาคม ครบรอบ 70 ปีอาสากาชาด ต้นฉบับภารกิจจิตอาสา
วันที่ 1 สิงหาคม 2553 เป็นวันครบรอบ 70 ปี สำนักงานอาสากาชาด ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสภากาชาดไทย ดำเนินงานตามภารกิจหลักของสภากาชาดไทยด้านคุณภาพชีวิต โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้สูงอายุ เด็ก และเยาวชนที่ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในวาระครบ 70 ปีของการดำเนินงาน ขอนำเสนอโครงการหนึ่งของสำนักงานอาสากาชาดที่จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของสภากาชาดไทยคือ “โครงการอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตคู่เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่ง ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ดำรง เหรียญประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด ได้กล่าวถึงโครงการฯ นี้ว่า หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสให้พสกนิกร ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอเพียง พอประมาณ ความมีเหตุผลของตนเอง เลิกละค่านิยม และพฤติกรรมที่เน้นการบริโภคนิยม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และอดออม มีการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง โดยใช้ภูมิปัญญาความรู้สร้างสุขภาพกายและจิต ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ดังนั้นโครงการอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่เศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานอาสากาชาด จึงเป็นโครงการที่นำความรู้ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้โดยการแนะนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ Effective Micro –organism เรียกย่อๆ ว่า อีเอ็ม (EM) มาประยุกต์ใช้ในการผลิตของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และรักษาสิ่งแวดล้อม
จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ อีเอ็ม คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ได้จากการใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมจุลินทรีย์ในหมวดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น นำไปเพาะขยายได้ จึงได้มีการนำจุลินทรีย์ไปใช้ประโยชน์หลายประการเช่น ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการอีเอ็ม ของสำนักงานอาสากาชาดนี้ จะมีวัตถุประสงค์ที่นำจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยได้นำอีเอ็มมาใช้ในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 5 ประเภท คือ น้ำหมักชีวภาพ สารไล่แมลง ฮอร์โมนผลไม้ น้ำยาอเนกประสงค์ และยาสีฟันสมุนไพร ซึ่งผลผลิตเหล่านี้ปลอดสารพิษ และสารเคมี ไม่ทำลายธรรมชาติ แต่กลับช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ได้ผลผลิตสูง มีคุณค่าทางโภชนาการ และผลพลอยได้ที่สำคัญคือ การลดต้นทุนการผลิต ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ผลิต และผู้บริโภค ผู้สนใจต้องการเรียนรู้วิธีการทำผลิตภัณฑ์ชีวภาพ หรือต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานอาสากาชาด โทรศัพท์ 0 22510385, 0 22564583-4 หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์สภากาชาดไทย 1664
จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ อีเอ็ม คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ได้จากการใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมจุลินทรีย์ในหมวดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น นำไปเพาะขยายได้ จึงได้มีการนำจุลินทรีย์ไปใช้ประโยชน์หลายประการเช่น ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการอีเอ็ม ของสำนักงานอาสากาชาดนี้ จะมีวัตถุประสงค์ที่นำจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยได้นำอีเอ็มมาใช้ในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 5 ประเภท คือ น้ำหมักชีวภาพ สารไล่แมลง ฮอร์โมนผลไม้ น้ำยาอเนกประสงค์ และยาสีฟันสมุนไพร ซึ่งผลผลิตเหล่านี้ปลอดสารพิษ และสารเคมี ไม่ทำลายธรรมชาติ แต่กลับช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ได้ผลผลิตสูง มีคุณค่าทางโภชนาการ และผลพลอยได้ที่สำคัญคือ การลดต้นทุนการผลิต ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ผลิต และผู้บริโภค ผู้สนใจต้องการเรียนรู้วิธีการทำผลิตภัณฑ์ชีวภาพ หรือต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานอาสากาชาด โทรศัพท์ 0 22510385, 0 22564583-4 หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์สภากาชาดไทย 1664
วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
รพ.จุฬาฯ แถลงข่าวหุ่นยนต์จัดเตรียมหลอดเลือดอัตโนมัติ Rabelon 1

Rabelon (ราเบรอน1) หุ่นยนต์จัดเตรียมหลอดเลือดอัตโนมัติ เครื่องแรกของประเทศไทย ในรพ.จุฬาฯ
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 ศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานและผู้บริหารแถลงข่าว “หุ่นยนต์จัดเตรียมหลอดเลือดอัตโนมัติ เครื่องแรกของประเทศไทย ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ณ อาคาร ภปร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
หุ่นยนต์ราเบรอน 1 จะใช้รองรับในการเจาะเลือดโดยตรง ทำให้การบริการทางการแพทย์คล่องตัวมากยิ่งขึ้น จากปกติการเจาะเลือดจากเจ้าหน้าที่จะใช้เวลา 60 นาที แต่ ราเบรอน 1 สามารถเจาะเลือดได้เร็วกว่า 20 นาที
ที่สำคัญสามารถเจาะเลือด จำนวน 1,440 หลอด ได้ภายใน 1 ชั่วโมง
1.กระบวนการทำงานก็จะเริ่มจากการรับข้อมูลคำสั่งจากแพทย์ของคนไข้ แล้วเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศ และห้องปฏิบัติการ
2. ทำการประมวลผล เพื่อคัดกรองชนิดเลือด
3.จัดลำดับผู้ป่วยแต่ละราย และติดฉลากบาร์โค๊ดไว้ให้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ
4.พร้อมทั้งจัดส่งหลอดเลือดที่ติดฉลากแล้วไปตามระบบสายพานที่โต๊ะเจาะเลือดใดก็ได้ทันที
หุ่นยนต์ เบรารอน 1 จะให้บริการอยู่ที่ห้องปฏิบัติการกลางของโรงพยาบาล ณ อาคาร ภปร ชั้น 4
คุณสมบัติพิเศษคือ ยังมีหน้าจอสำหรับแสดงข้องมูลของผู้ป่วย ทำให้ข้อมูลในการเจาะเลือดกับประวัติผู้ป่วยแม่นยำขึ้น ถือว่าเป็นนวัตกรรมตัวแรกที่เป็นประโยชน์แก่ผู้มารับบริการในโรงพยาบาลอย่างแท้จริง
วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
แรงเลอร์ ค้นหาคนกล้าทำในสิ่งที่ดีบริจาคโลหิต 10 ล้านซีซี.ถวายพ่อหลวง

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ บริษัทในกลุ่ม เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จัดแถลงข่าวโครงการ “แรงเลอร์ กิฟ อะ ไลฟ์” (Wrangler Give A Life)กล้าทำในสิ่งที่ดี เพื่อร่วมค้นหาคนกล้ามาทำความดี ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย ให้ได้ 10 ล้านซีซี. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยมี แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี) ร่วมแถลงข่าว ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว
ภายในงานยังมีศิลปิน ดารานักแสดง และ เซเลบบริตี้ชื่อดังมากมาย อาทิ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, ตุ๊ยตุ่ย-พุทธชาด พงษ์สุชาติ, เพชร-รัตนารัตน์ เอื้อทวีกุล, ณเดช คูกิมิยะ, วิว-วรรณรส สนธิไชย และวิกกี้-สุนิสา เจทท์ , จามร จีระแพทย์ , เต้-บรม พิจารณ์จิตร ฯลฯ มาพูดคุยถึงการทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต โดยโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่แรงเลอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดในการทำความดี โดยการบริจาคโลหิตถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะเป็นการต่อชีวิตให้คนอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทั้งนี้ ปัจจุบันศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ยังคงมีความต้องการโลหิตบริจาคถึงวันละ 1,500 ยูนิต เพื่อให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษาโรงพยาบาลต่าง ๆ จึงต้องอาศัยการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมรณรงค์จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้มีการบริจาคโลหิตเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้ประชาชนบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก3 เดือนเพิ่มมากขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ คือ ลูกค้าผลิตภัณฑ์ Wrangler เยาวชน และประชาชนทั่วไป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งจะจัดให้มีกิจกรรมการรับบริจาคโลหิต ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ณ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ตั้งแต่บัดนี้ – 31 ตุลาคม 2553 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โทร.0 2252 1637 , โทร. 0 2263 9600-99 ต่อ 1753,1770
รพ.จุฬาฯ แถลงข่าวหุ่นยนต์จัดเตรียมหลอดเลือดอัตโนมัติ

รพ.จุฬาฯ พัฒนาการแพทย์สู่ความเป็นเลิศ นำนวัตกรรม “หุ่นยนต์จัดเตรียมหลอดเลือดอัตโนมัติ”ที่ทันสมัยและครบวงจร เปิดบริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย กำหนดเปิดการแถลงข่าว โดยมี ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการ รพ.จุฬาฯ เป็นประธาน ในวันศุกร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ตึก ภปร ชั้น ๑๘ รพ.จุฬา ฯ สอบถาม ๐๘๑-๘๕๐๑๗๒๓, ๐๒-๒๕๖๔๔๐๙
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
